เสริมจมูกหมอพิชญ์ The EAST Clinic - หมอพิชญ์ ดิอีสท์คลินิก นนทบุรี

เสริมจมูกหมอพิชญ์ The EAST Clinic

เสริมจมูกเทคนิค Structural smart lock คืออะไร

เทคนิค Structural smart lock (SSL) เป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอพิชญ์ คือ การเหลาซิลิโคนตามลักษณะโครงสร้างของฐานจมูกแต่ละบุคคล ทั้งบริเวณกระดูกแข็ง nasal bone และกระดูกอ่อน Upper lateral cartilage (ULC) และ Alar cartilage หรือ Lower lateral cartilage (LLC) เพื่อให้ซิลิโคนล็อคไว้กับฐานจมูกเดิมด่านล่าง Infrastructure ซึ่งซิลิโคนแต่ละตัวจะเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลซึ่งจะถูกเหลาตามโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล จึงเป็นซิลิโคนที่มีอันเดียวในโลกและเฉพาะของบุคคลนั้น ๆ ซึ่งครอบไปกับฐานจมูกเดิมได้ 100 % เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียง การเคลื่อนที่ของซิลิโคน ได้สโลปเนียนสวยตามความต้องการองคนไข้ ชมคลิป: หมอพิชญ์อธิบายการเสริมจมูก SSLดียังไง

จุดเด่นของการเสริมจมูกที่ The EAST Clinic

  • เหลาซิลิโคนเคสต่อเคส ปรับแต่งทรงจมูกให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้และตรงความต้องการของคนไข้มากที่สุด
  • วางซิลิโคนล็อกกับแนวโครงสร้างของจมูก ใต้เยื่อหุ้มกระดูก ทำให้ไม่เห็นขอบ ไม่เสี่ยงทะลุ จมูกบิดได้
  • เนียนเป็นธรรมชาติรับกับรูปหน้า
  • ใช้ซิลิโคนที่มีมาตรฐานสากล ผิวสัมผัสนิ่มพิเศษเป็นธรรมชาติ
  • ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน 1 – 2 ชั่วโมง

ซิลิโคนพรีเมี่ยมที่ The EAST

ซิลิโคนทำมาจาก  Dimethysiloxane polymer ซึ่งซิลิโคนจะมีหลายเกรดขึ้นอยู่กับส่วนผสมในกระบวนการผลิต ซึ่งสารที่ใช้ในการคงรูปซิลิโคน หรือส่วนผสมที่ต่างกันทำให้คุณภาพของซิลิโคนต่างกันเช่น food grade , medical grade , implant grade เป็นต้น ดังนั้น การมีซิลิโคนที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดโอกาสการอักเสบ (inflammation) การแพ้ (Allergy) หรือโอกาสการเกิดมะเร็งในอนาคต (Noncarcinogen) ได้เป็นอย่างดี อีกปัจจัยที่สำคัญคือการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของซิลิโคน (Adhesion) วัสดุที่ดีต้องค่อนข้างยึดเกาะกับโครงสร้างของร่างกายได้ดีและมีความยืดหยุ่น (Elasticity)  ซึ่งซิลิโคนที่คลินิกเลือกใช้จะยึดเกาะกับกระดูกและกระดูกอ่อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถกำหนดค่าความนิ่มของซิลิโคนได้อีกด้วย ซึ่งค่าความนิ่มที่เหมาะสมในการเสริมจมูกอยู่ที่ 30-50 ดูโร (Durometer) หากแข็งเกินไปก็จะทำให้เสี่ยงต่อการทะลุได้มากกว่า หรือหากนิ่มเกินไปก็จะทำการเหลาขึ้นรูปได้ยาก และเมื่อเสริมไปแล้วอาจไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการเนื่องจากนิ่มเกินไป

เลือกทรงจมูกแบบไหนดี ?

จมูกที่สวยไม่จำเป็นต้องดูโด่งมาก หรือพุ่งมากเสมอไป แต่ต้องเข้ากับส่วนอื่นๆ ของใบหน้าของผู้ที่รับการศัลยกรรมแต่ละท่านซึ่งจะต้องสมดุล (Balance) กับความชอบหรือรสนิยมหรือคำนิยามเรื่องของความสวยของแต่ละบุคคล เพราะนิยามความสวยหรือความชอบของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน และต้องส่งเสริมให้ใบหน้าส่วนอื่นๆ ของผู้รับการศัลยกรรมจมูกออกมาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น 
นอกจากนี้ปัจจัยเรื่องของอายุ เพศ รสนิยมการแต่งหน้า การแต่งตัว หน้าที่การงาน และวิถีชีวิต (Lifestyle) ยังส่งผลต่อการเลือกทรงจมูกหรือทรงจมูกที่เหมาะสมกับผู้รับบริการเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นผู้หญิงวัย 20-30 ปี เป็นช่วงวัยที่ไม่ควรเสริมให้สูงจนเกินไป จมูกควรจะเสริมออกมาให้ดูหน้าตาอ่อนหวานน่ารัก เป็นที่เมตตาของผู้ใหญ่ กลับกันหากเป็นนางแบบหรือพริตตี้อาจแนะนำให้เสริมให้คมสูงขึ้นรับกับการงานที่ต้องแต่งหน้าและเข้ากล้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพิจารณาร่วมกับศัลยแพทย์ความงามเพื่อให้ได้จมูกที่เหมาะสมกับแต่ละท่านได้อย่างลงตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย

รีวิวทำจมูกที่ดิอีสท์

* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล

รีวิว 7 วันหลังเสริมจมูกที่ The EAST

ฮัมพ์คืออะไร ทำไมต้องตะไบฮัมพ์

“ฮัมพ์” คือ กระดูกบริเวณสันจมูกที่นูนออกมา อาจมีมากมีน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งบางคนชอบ บางคนไม่ชอบ เพราะอาจทาให้ใบหน้าดูดุ ดูไม่หวาน ไม่ละมุน
■ ในการเสริมจมูกแล้ว การตะไบฮัมพ์ ค่อนข้างมีความสำคัญ เนื่องจากการตะไบฮัมพ์เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการวางซิลิโคน
■ เพื่อให้ซิลิโคนแนบไปกับกระดูกจริงให้ได้มากที่สุด และลดความเสี่ยงในการเบี้ยวหรือเอียงของซิลิโคนนั่นเองค่ะ

ทำจมูกแบบแผลเปิด - แผลปิด ต่างกันยังไง ?

1. แบบปิด close rhinoplasty
คือการที่ไม่ได้มีการเปิดดูโครงสร้างภายใน อาจใช้การลงแผลแบบผ่านรูจมูก 1 ข้างหรือ 2 ข้างก็เรียว่าเป็นการเสริมจมูกแบบปิด การลงแผลแบบนี้จะลงแบบ Marginal incision คือลงแผลเลยริมจมูกเข้าไป 1-2 mm. เพื่อป้องกันการกรีดโดนกระดูกอ่อนปลายจมูก Lower lateral cartilage ซึ่งจะทำให้จมูกผิดรูปได้ และยังสามารถเย็บแผลปิดโดยไม่มีไหมเย็บเลยออกมานอกจมูกเพื่อป้องกันแผลเป็นจากการเย็บและการเกิดเนื้อจมูกแหว่งจากการขาดเลือดบริเวณที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงน้อยของปลายจมูก (soft triangle ) หรือภาษาแพทย์จะเรียกว่า No man land คือบริเวณนี้ห้ามไปเย็บเพราะจะผิดรูปได้ โดยแบบปิดนี้อาจมีการนำไขมันปลายจมูกออก (Interdomal fat) การเย็บกระดูกอ่อนปลายจมูกเข้าหากัน (Interdomal suture) การตอกกระดูกฐานจมูก (Lateral osteotomy) การเสริมเนื้อเยื่อเทียม (Acellular dermal matrix ADM) เนื้อเยื่อไขมัน (Dermofat) หรือกระดูกอ่อนรองปลาย (Catilagenous graft) เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ
2. การเสริมจมูกแบบเปิด open rhinoplasty
คือการเปิดโครงสร้างของจมูกใต้ผิวหนังทั้งหมดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น ซ่อมแซม (Reconstruction) ส่วนที่ได้รับความเสียหาย ยืดปลายจมูก (Tip projection) ยืดฐานจมูก ( Septal extension) แก้ไขจมูกที่เบี้ยวเอียง (Deviation) เป็นต้น โดยจะมีการลงแผลที่รูจมูกทั้ง 2 ข้างและผิวหนังบริเวณฐานจมูก เพื่อเปิดโครงสร้างภายในขึ้นมา อาจมีการยืดผนังกั้นจมูกโดยใช้วัสดุต่าง ๆ ได้แก่ กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตัวเอง เนื้อเยื่อเทียม กระดูกเทียม เป็นต้น
การเสริมจมูกแบบเปิด แนะนำสำหรับ ผู้ที่มีปลายจมูกสั้น (Short nose) จมูกชมพู่มาก (Bulbous tip) จมูกเบี้ยวเอียงมาก (Deviation) แก้มาหลายครั้ง (Multiple revision) หรือชอบจมูกที่ค่อนข้างพุ่ง (Patient favor) เป็นต้น
ซึ่งการจะเลือกเสริมวิธีใดขึ้นความความต้องการของผู้ป่วยว่าต้องการทรงจมูกแบบไหนและฐานจมูกเดิมและเนื้อจมูกเป็นอย่างไร รวมทั้งพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย ของแต่ละวิธี รวมทั้งโรคประจำตัวของผู้ป่วยและระยะเวลาพักฟื้นของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

การเย็บปลายจมูกอินเตอร์โดม (Interdome) คืออะไร ?

เทคนิคเย็บกระดูกอ่อนส่วนปลายจมูกเข้าหากัน ทำให้ปลายจมูกยกขึ้น และที่สำคัญปลายจมูกดูเล็กลง ซึ่งเหมาะกับจมูกของคนไทย เพราะว่าส่วนใหญ่จมูกคนไทยปลายจมูกจะมีลักษณะชมพู่ หรือปลายจมูกใหญ่ จมูกโต

เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกหลังหู และ เนื้อเยื่อหลังหู

กระดูกอ่อนหลังหู (ear cartilage)
กระดูกอ่อนที่ใช้ในการเสริมจมูกสามารถนำมาจากหลาย ๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นผนังกั้นจมูก (Septal cartilage) ซี่โครง (costal cartilage) หรือกระดูกอ่อนหู (ear cartilage) ซึ่งปกติจะผ่าตัดกันโดยรอยแผลอยู่ทางด้านหลังหู (Postauricular approach) เพื่ออำพลางรอยแผลจากการผ่าตัด นิยมนำมาใช้เพิ่มปลายจมูก หรือนำมาใช้ยืดผนังกั้นจมูกและฐานจมูกได้เป็นอย่างดี
เนื้อเยื่อหลังหู (mastoid fascia)
เนื้อเยื่อหลังหูประกอบไปด้วยชั้นไขมัน และเส้นเอ็นสามารถนำมาใช้เพื่อรองปลายเพื่อลดการเห็นขอบของซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถใช้เพิ่มความยาวปลายจมูกได้อีกด้วย

เสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ (Dermofat graft)

Dermofat graft หรือเนื้อเยื่อก้นกบ เป็นส่วนที่นิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากทำได้ง่าย (easy to harvest) และมีปริมาณไขมันมาก ประกอบไปด้วยชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Fat) สามารถนำมาใช้ทำสันจมูก เพิ่มปลายจมูก หรือรองปลายจมูกในเคสที่ผิวบางได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบได้ดีอีกด้วย

ตัดปีกจมูก (alar excision) มีกี่แบบ เคสแบบไหนถึงเหมาะกับการตัดปีก

การตัดปีกจมูกนั้นมีหลายแบบ เช่น การตัดแผลนอก (Weir Alar excision) เพื่อลดความบานของปีกจมูก การตัดแผลในเพื่อลดความกว้างของฐานรูจมูก (Alar base reduction) การตัดยกปีกจมูก (Sail excision) และการตัดลดความหนาของปีกจมูก (Alar rim excision) การจะเลือกการตัดแบบไหนนั้นควรคำนึงถึงลักษณะของจมูกของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ รวมถึงการให้ข้อมูลเรื่องโอกาสการเกิดแผลเป็นหลังการผ่าตัดสำหรับแต่ละวิธีอีกด้วย

เนื้อเยื่อเทียมคืออะไร เหมาะกับใคร?

เนื้อเยื่อเทียม (Acellular dermal Metrix) คือ เนื้อเยื่อที่ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Alloclean technology ซึ่งเป็นกระบวนการที่กำจัดเศษเซลล์ที่ตายแล้ว (Cell Debris), Antigens และไวรัสต่างๆ ด้วยการฆ่าเชื้อผ่านรังสี E-beam และผ่านการทดสอบน้ำเหลืองวิทยาแล้ว
เนื้อเยื่อเทียมของ The East Clinic มีความแตกต่างซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ เนื้อเยื่อเทียมที่เป็นมิตรกับผิวคุณ Megaderm Plus® ผลิตจากประเทศเกาหลี
เนื้อเยื้อเทียม Megaderm Plus®
🔹 ผลิตจากคอลลาเจน จึงมีความหนานุ่ม หนา 3.5-4 mm.
🔹 ผ่านการทดสอบทางภูมิคุ้มกันวิทยาและน้ำเหลืองวิทยาสามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่เกิดการต่อต้าน
🔹 ช่วยป้องกันการทะลุ
🔹 ช่วยให้ปลายละมุน ดูนุ่มนวล
🔹 ผลิตจากประเทศเกาหลี ได้รับความนิยมจากแพทย์ และสาวเกาหลีมานานแล้ว
🔹 มี อย. ไทยและเกาหลี
ประโยชน์ของเนื้อเยื่อเทียม
ผู้ที่เสริมจมูกและรองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียมจะทำให้ปลายจมูกโด่งสวยขึ้น (Increase tip projection) ช่วยแก้ไขปลายจมูกสั้นหรือเหิน (Short nose) และช่วยป้องกันการเห็นขอบซิลิโคนในเคสผิวบาง (Thin skin) เหมาะสำหรับเคสแก้จมูกที่ผิวปลายจมูกบางและเสริมบริเวณสันจมูกสำหรับเคสเนื้อน้อย ลดความเสี่ยงปลายทะลุ ซึ่งเนื้อเยื่อเทียมสามารถใช้ทดแทนการต่อปลายจมูกโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด 2 ตำแหน่ง

การเสริมจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูก (subperiosteal layer)

การเสริมจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูก (subperiosteal layer) เป็นการเสริมโดยการวางซิลิโคนไว้ในชั้นที่ลึกที่สุด ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเรียบ เนียนเป็นธรรมชาติ ไม่เห็นขอบของซิลิโคน และตัวเยื่อหุ้มกระดูกเองยังช่วยยึดเกาะซิลิโคนไม่ให้ขยับไปมาได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งช่วยในการลดความเบี้ยวเอียง การที่ซิลิโคนเคลื่อนที่ นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีเส้นเลือดอยู่น้อยทำให้การเสริมด้วยวิธีนี้มีความบวมช้ำน้อยมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ทำให้หายเร็วกว่าอีกด้วย

ขั้นตอนเสริมจมูกที่ The EAST